หน้าแรก

ร้านจีอายมิวสิค เจ้าของแบรนด์ LUNAR เครื่องดนตรีวงโยธวาทิต ดุริยางค์ เดินพาเหรด กลองแต๊กอนุบาล เดินสนาม ที่มีคุณภาพดี ราคาไม่แพงเกินไป ทางร้านจำหน่ายในราคาส่งถูกกว่าตามท้องตลาดถึง 50% สเปคที่ถูกต้องตาม สพฐ. ใช้ได้กับทุกโรงเรียนของรัฐบาลและเอกชน สินค้าผลิตจากต่างประเทศ นำเข้าโดยจีอายมิวสิค โดยมีสินค้ามากมาย เช่น กลองใหญ่ กลองสแนร์ กลองพาเหรด กลองทริโอ กลองควอท กลองควิ้น กลองมาร์ชชิ่ง ไม้คฑากร มาร์ชชิ่งเบลไลไล่า ฉาบเดินแถว ฯลฯ ผลิตสินค้าเป็นจำนวนมาก มีสต็อคสินค้า สินค้าพร้อมจัดส่งตลอดเวลา เกิดขึ้นในปี ค.ศ.2004 Lunar ได้ผลิตกลองสำหรับใช้ในวงโยธวาทิตขึ้น และได้มีการพัฒนาต่อมาเรื่อย จนปัจจุบันมีได้รับความนิยมมากทั่วประเทศไทย เนื่องจากราคาถูก คุณภาพสินค้าดี มีการรับประกัน

มีบริการจัดส่งทั่วประเทศ โดยขนส่งเอกชนเก็บเงินค่าส่งปลายทาง ภายในเขตกรุงเทพฯ มีค่าบริการจัดส่งคิดตามระยะทาง
สาขา1 สุทธิสาร เปิดบริการวันจันทร์ ถึง วันเสาร์ เวลา : 9.00 – 18.00 น. 
Tel. 02-275-7279, 086-553-6599  line-geyemusic1
สาขา2 บางนา เปิดบริการวันจันทร์ ถึง วันเสาร์ เวลา : 9.30 – 18.30 น.  
Tel. 02-138-2923, 085-825-0666 
E-mail geyemusicram2@gmail.com  line-geyemusic2
 
รับบริการสั่งซื้อ ผ่านเว็บไซต์ 24 ชั่วโมง โทรสอบถามได้ใน
เวลา 9.00 – 18.00 น. ทุกวันท ตอบอีเมล์ทุกวัน ภายใน 24 ชั่วโมง

รถเมล์สายที่ผ่าน 54 , 74 , 204 , 117 , หรือ รถ ไฟฟ้า ใต้ดิน และ BTS

สาขา2 ใกล้ ม.ราม2 (เปิดวันจันทร์ ถึงวันเสาร์) 9.30 – 18.30 น.
 
424/7 ถนนนัมเบอร์วัน เขตประเวศ กรุงเทพฯ (ติดหมู่บ้านบลูลากูล)
 
 การจัดส่งสินค้าของทางร้านจีอายมิวสิค    
ทางร้านจีอายมิวสิคจะส่งสินค้าออกเป็น 4 ช่องทางดังนี้
1.     ส่งกับบริษัทไปรษณีย์ไทย แบบ EMS เหมาะกับสินค้า ชิ้นที่เล็ก ราคาของค่าส่งจะเริ่มต้นที่ 150บาท  ขึ้นอยู่กับจำนวนชิ้นและน้ำหนักของสินค้าที่ลูกค้าสั่งระยะเวลาในการส่ง  3 วันโดยประมาณ
2.     ส่งกับบริษัทไปรษณีย์ไทย แบบ Logipost เหมาะกับสินค้าที่มีความบอบบาง เนื่องจากการส่งสินค้าแบบ Logipost จะเป็นการส่งสินค้าแบบรับประกันสินค้า เมื่อท่านได้รับสินค้าและตรวจสอบพบว่าสินค้าที่ท่านได้รับมีปัญหา ทางลูกค้าจะสามารถเรียกร้องค่าเสียหายกับทางบริษัทไปรษณีย์ไทยได้  ค่าส่งจะเริ่มต้นที่ 250บาท ระยะเวลาในการส่ง 5-7 วันโดยประมาณ
3.     ส่งกับบริษัทขนส่ง เหมาะกับสินค้าที่ใหญ่และจำนวนมาก เนื่องจากการส่ง 2 แบบแรกจะจำกัดขนาดและน้ำหนักในการส่งแต่ละครั้ง การส่งกับบริษัทขนส่งจึงเหมาะกับสินค้าชิ้นใหญ่ จะมีค่าใช้จ่ายเริ่มต้น 200 บาท แต่สำหรับสินค้าขนาดใหญ่ หรือพื้นที่ห่างไกลนอกกรุงเทพ บริษัทขนส่งอาจคิดค่าบริการเพิ่มซึ่งขนส่งเป็นผู้เก็บเพิ่ม ทางร้านไม่มีส่วนได้เสีย
4.     ส่งทางเครื่องบิน กับนกแอร์ ไม่ว่าจะเหนือสุด หรือใต้สุด ก็สามารถส่งถึงได้ด้วยเวลาอันรวดเร็ว หลังจากส่งของถึงสนามบินเพียง 2-4 ชม. ท่านก็จะได้รับสินค้าทันที จะมีค่าใช้จ่ายเริ่มต้นอยู่ที่ 500 บาท (ขึ้นอยู่กับน้ำหนักสินค้า) สำหรับค่าขนส่งที่แจ้งลูกค้าบางกรณีที่บิลขนส่งไปถึงลูกค้าราคาต่ำกว่าที่แจ้งลูกค้าให้โอนมา ในกรณีนี้คือบางขนส่งจะไม่มารับที่ร้าน ทางร้านต้องจ้างรถไปส่งขนส่ง เราจึงนำส่วนต่างดังกล่าวไปจ่ายค่ารถนะครับ
 

   ประวัติกลองสแนร์

   กลองสแนร์หรือกลองสะพายข้าง  เป็นกลองชนิดที่มี 2 หน้า ขึงด้วยหนังกลอง มีหน้ากลองสองหน้าขนาดมาตรฐานมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 14 -15 นิ้ว และสูง 10 - 12 นิ้ว มีสายสแนร์ที่ทำด้วยเอ็นสัตว์

   กลองสแนร์เริ่มเป็นที่รู้จักในอียิปต์โบราณ และใช้กันแพร่หลายในแถบตะวันออกกลาง ในยุโรปยุคกลาง กลองสแนร์เป็นกลองสองหน้าลักษณะทรงกระบอก รุ่นใหญ่ของตะโพนพัฒนาเป็นกลองด้านข้างเมื่อไม้สองชิ้นถูกนำมาใช้และมีการโอนบ่วงไปที่ส่วนล่าง และถูกแขวนไว้ที่ด้านซ้ายของคนเล่นโดยเข็มขัดหรือสายคล้องไหล่และถูกจับคู่กับขลุ่ยในหน่วยทหารราบสวิส (lansquenet) ในศตวรรษที่ 14 ซึ่งต่อมากลองสแนร์ก็เป็นที่นิยมไปทั่วยุโรป โดยเฉพาะบทบาทในทางทหารของ lansquenet  เช่น ใช้กำหนดจังหวะการเดินขบวนของเหล่าทหาร และใช้เป็นสัญญาณบุกโจมตี

   รูปแบบของดรัมข้างต้นมีค่าเท่ากับหรือสูงกว่าเส้นผ่าศูนย์กลางเล็กน้อย พวกเขาใช้เมมเบรนและแท่งหนากว่าเครื่องดนตรีสมัยใหม่ทำให้เกิดเสียงที่หนักและไม่ไพเราะเท่าไหร่นัก กลองเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัดที่สุดในศตวรรษที่ 19 โดยเริ่มบางขึ้นและมักจะใช้เปลือกหอยและก้านทองเหลืองหรือสกรูนิง แม้ว่าในช่วงต้นศตวรรษที่ 17 ความตึงของสแนร์จะถูกควบคุมด้วยสกรูหรือคันโยก แต่ในศตวรรษที่ 20 มีกลไกที่พัฒนาขึ้นเพื่อแก้ตัวกลองออกทันที ก่อนศตวรรษที่ 20 เมมเบรนของสแนร์มักเป็นลำไส้

   ทหารกองดุริยางค์ที่เล่นกลองได้เรียนรู้วิธีปากแข็งและปากต่อปากเข้าไปในศตวรรษที่ 19 และมีเพียงกลองในท้ายที่สุดก็ใช้ดนตรีดนตรีต้องเล่นดนตรี มือกลองบางคนในบาเซิลประเทศสวิตเซอร์แลนด์ยังคงใช้เทคนิคการเล่นแบบดั้งเดิมที่ยากมาก การแต่งเพลงสมัยใหม่และการเล่นดนตรีแจ๊สอาจต้องใช้เทคนิคพิเศษเช่นเพลงที่ได้มาโดยการปล่อยซากที่สะดุดตาขอบหรือใช้นิ้วมือสติ๊กที่ไม่เป็นมาตรฐานหรือแปรงลวด เป็นครั้งแรกที่มีการใช้กลองกลองเป็นเครื่องมือในการใช้กลองโดยนักแต่งเพลงชาวฝรั่งเศสชื่อ Marin Marais ในฉากพายุในโอเปร่า Alcyone (1706) มันกลับมาอีกครั้งในละครของรอสซินีลา gazza ladra (1817; ขโมยสตีฟ) กับเดี่ยว แต่ไม่ได้กลายเป็นมาตรฐานของวงดนตรีจนกระทั่งใช้นิโคเล่ริมสกี - คอร์ชาคอฟและอื่น ๆ ในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 คีตกวี เป็นคอนแชร์โต้, เทศกาลดนตรีขนาดใหญ่สำหรับ Basel กลองและวงออร์เคสตร้า (1958), เขียนโดยนักประพันธ์ชาวสวิส Rolf Liebermann